การเรียนออนไลน์ ปัญหาใหญ่สำหรับเด็กที่ติดหน้าจอจนเกินไป !!

 
ในช่วงที่โควิดกำลังระบาดเป็นวงกว้าง ลักษณะการเรียนระบบออนไลน์ จึงถูกนำมาใช้อย่างไม่รู้เลยว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ และแม้ว่าการเรียนออนไลน์จะอำนวยความสะดวกกับ ทั้งตัวผู้เรียน ผู้สอน และตอบสนองมาตราการ social distancing ได้มากแค่ไหนก็ตาม 
 
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การใช้เทคโนโลยีออนไลน์ที่มากเกินไปในแต่ละวัน ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมสำหรับเด็ก ซึ่งจะนำไปสู่การติดหน้าจอจนมีอาการ "สมาธิสั้น" ได้เช่นกัน หลายๆ ครอบครัว อาจพบปัญหาว่า

  • ผู้ปกครองไม่มีเวลาเฝ้าดูแลเด็ก เพราะต้องทำงาน

  • เด็กนักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียน หากให้ใช้มือถือ ก็อาจแอบเอามือถือมาเล่นระหว่างเรียน

  • เด็กนักเรียนใช้เวลาเสพออนไลน์มากเกินควร

  • การเข้าถึงอุปกรณ์เรียนออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีข้อจำกัด

  • เด็กนักเรียนไม่สามารถไตร่ตรองความถูกต้องของข้อมูล จากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ
 
แล้วแบบไหนที่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เด็กเริ่มติดจอ(เกินไป)เสียแล้ว

  • เด็กมักตื่นสาย และมีอาการอ่อนเพลียในตอนเช้า

  • เด็กหมดความสนใจในกิจกรรมรอบตัว สนใจแต่จะเล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

  • เด็กตั้งตารอเวลาที่จะได้เล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต และมักพูดถึงเวลาที่จะได้เล่นเสมอ

  • เด็กเลิกสนใจสิ่งที่กำลังทำ เมื่อมีข้อความแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

  • เด็กใช้เวลาเล่นนานขึ้น และอารมณ์เสียง่ายเมื่อพ่อแม่แสดงความกังวลเรื่องการใช้งานของพวกเขา

  • เด็กหงุดหงิดหรือหดหู่เวลาที่ไม่ได้เล่น และอาการเหล่านี้มักหายไปเมื่อเด็กได้เล่น

  • เด็กพยายามปกปิดการเล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตจากพ่อแม่ เช่น แอบเล่นในห้องนอน

  • เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เวลาพ่อแม่สอดส่องพฤติกรรมการเล่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต

  • เด็กขาดสมาธิระหว่างทำการบ้าน หรือชอบเปิดดูจอระหว่างทำการบ้านไปด้วย
 
เมื่อการเรียนออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการกำหนดแนวทางลดความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เด็กติดจอจน สมาธิสั้น ดังนี้
 
1. นอกเหนือจากการเรียน ผู้ปกครองควรกำหนดเวลาในการเล่นมือถือ/แท็ปเลต ดูทีวีให้เด็กไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

2. มีปฏิสัมพันธ์ พูดคุย และ ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กให้มากขึ้น

3. ใส่ใจดูแล และ สอดส่องพฤติกรรมที่ผิดปกติของเด็กเสมอ
 
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แม้การใช้งานหน้าจอ เป็นผลให้คนเรามีสมาธิที่สั้นลง แต่คนเราก็ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกันได้ด้วย ทั้งนี้ หากใช้แต่พอดี หรือ ใช้แต่พอเหมาะพอควร ก็จะเกิดประโยชน์ แต่หากใช้งานในลักษณะที่ไม่ดี หรือ เสพติดเทคโนโลยีมากเกินไป หรือ ใช้งานไม่ถูกกาลเทศะ ก็จะส่งผลเสียได้เช่นกัน
 
 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก :
Thairat และ focusshield

 ==================================

♥ เตรียมความพร้อมต่อ การเรียนรู้
ให้ลูกน้อย ก่อนเปิดเทอม 
ด้วย "อเลอไทด์"

ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์สมองดี HealthyBrain
สนับสนุนโดย อเลอไทด์ อาหารเสริมบำรุงสมอง
 เสริมสร้างสมาธิ เพิ่มความจำ การเรียนรู้  ให้ดีขึ้น
√ ช่วยลดความเครียด ทำให้อารมณ์ดี
√ กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
 ช่วยให้ลำดับความคิด เป็นระบบระเบียบมากขึ้น
√ ช่วยให้ปรับพฤติกรรมลูกได้ง่ายขึ้น 
 ดูแลอาการสมาธิสั้นให้ดีขึ้น ทำให้ผลการเรียนดีขึ้น
 
**เสริมอาหารสมองให้ลูกน้อย ทำให้มี IQ และ EQ ที่ดี
ป้องกัน/ลดความเสี่ยงต่อ สมาธิสั้น ได้ด้วย "อเลอไทด์"

ปรึกษาปัญหาสมาธิสั้น/แอลดี
หรือ สั่งซื้อ อเลอไทด์

โทร :  064-469-4459
Add Line : @HealthyBrain


เพิ่มเพื่อน

Visitors: 328,567